มาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและสวนยาง

ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี 2564 – 2565 วงเงิน 7,660 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ทั่วประเทศประมาณ 3.8 แสนราย โดยยังคงหลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา 

•    กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย (อัตราน้ำมันร้อยละ 18) กิโลกรัมละ 4 บาท 
•    ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่
•    เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร
•    ต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ 3 ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว 
ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ย.         2564 – ส.ค. 2565
     ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน           ปี 2564 รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 6.9 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้ 4 บาทต่อกิโลกรัม  ตลอดทั้งปี
     ครม.อนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง              (ยางแห้ง) วงเงิน 603.50 ล้านบาท และให้การยางแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) ที่รับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการยางสามารถซื้อผลผลิตยางแห้งได้ไม่น้อยกว่า 350,000 ตัน (คิดราคาเฉลี่ยปี 2564 ยางแผ่นดิบราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม) ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อผลผลิตยางแห้งจากเกษตรกรชาวสวนยางในอัตราร้อยละ 3 ต่อปีส่วนระยะ เวลาดำเนินการโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค. 2564 – ธ.ค.2565  
     ทั้งนี้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายใน กิจกรรมอื่นๆ          ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ได้ 
•    การขยายกำลังการผลิต 
•    การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต ณ ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่ 
•    การซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่เก็บสต็อกยาง 
จากเดิมที่ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อ        ไม้ยางและผลิตภัณฑ์มาเก็บสต็อกและแปรรูปเท่านั้น สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้  
1.    แหล่งสินเชื่อ ผู้ประกอบการจะต้องมีสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและหรือ “สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์” กับสถาบันการเงินตามรายชื่อธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน (เฉพาะกิจ) ที่สนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการ จากเดิมที่กำหนดเฉพาะ “สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน” เท่านั้น
 
2.    รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี จำนวนไม่เกิน 600 ล้านบาท จากวงเงินกู้ 20,000 ล้านบาท โดยเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ คือ ชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไม้ยาง และหรือชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์             ที่ใช้ในการขยายกำลังการผลิต /ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต  ณ ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่  เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ จากเดิมที่ไม่กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar